ภูฎาน ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า 5วัน4คืน

 

 

 

พาโร - ทิมพู - วังดีโปดรัง - ปูนาคา

 

 

 

 

ขอเชิญท่านสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ณ ประเทศ ภูฏานดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า จากตำนานในอดีตสู่เรื่องราวปัจจุบัน  ดินแดนแห่งขุนเขาอันลึกลับแห่งนี้เป็นที่สนใจของเหล่าผู้คนที่อยากค้นหาเสน่ห์แห่งความงดงามของธรรมชาติและความสงบสุขที่มิสามารถเปรียบเทียบกับที่อื่นใดในโลก กลิ่นอายของวัฒนธรรม และประเพณีที่สืบทอดกันมาจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งยังคงมีให้เห็นเป็นรูปธรรม  ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ และรูปแบบเฉพาะตัว  มีปรากฏอยู่ให้เห็นทั่วทุกหนทุกแห่ง รอยยิ้มแห่งความเป็นมิตรที่จริงใจและซื่อบริสุทธิ์ของผู้คนที่สามารถพบได้ทั่วไป..และนี่เองที่ทำให้ภูฏาน  แตกต่างจากทุกๆ ที่ในโลกใบนี้


โดยสายการบินดรุกแอร์ (KB)

 

 

 

กำหนดและรายละเอียดการเดินทาง

 

วันแรก

กรุงเทพฯ - พาโร - คิชู ลาคัง - วัดทักซัง - ดรุกยาล ซอง - พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพาโร -พาโรซอง -  ทิมพู

03.00 น.

 

05.50 น.

พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 เคาน์เตอร์ W

เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วและโหลดสัมภาระ

เหินฟ้าสู่ ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 121 หรือ KB 127 (05.50-09.30) (เครื่องแวะจอดที่กัลกัตต้า ประมาณ 40 นาที)

 

09.00 น.

 

เดินทางถึงสนามบินพาโร  เมืองพาโร  ที่ระดับความสูง 2,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาเอเวอร์เรสท์ เทือกเขาคันเชงจุงก้าซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และสามารถมองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งหิมาลัย เช่น ยอดเขามาคะลู ยอดเขาชมอนฮาริ ยอดเขาจีชูเดรก ยอดเขาซริมกาน และได้สูดอากาศบริสุทธ์ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ คิชู ลาคัง ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน ตามประวัติว่าสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่12 หรือราว 1,300 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฎานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต โดย กษัตริย์ซองเซน กัมโป ซึ่งชาวทิเบต ยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต โปรดให้สร้างวัด 108 แห่งเพื่อตอกอวัยวะ108จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้หมายจะไม่ให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผย แผ่ไปถึงโดยที่จุดที่สร้างวัดคิชู ที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์)  จากนั้นนำท่านชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยซอเซนกัมปุซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่ ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิม ประธานมีรอยบุ๋มลึก เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืนและก้มลงกราบพระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี จากนั้นนำท่านเดินขึ้นเขา ณ วัดทักซัง (Taktsang Monastery) ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า   วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างในปี ค.ศ. 1692 เชื่อกันว่าพระคุรุปัทมาสัมภวะซึ่งเป็น องค์ปฐมาจารย์ผู้นำศาสนาพุทธลัทธิตันตระไปเผยแพร่ในทิเบตและราชอาณาจักรแห่งนี้ ประทับบนหลังเสือ แล้วเหาะขึ้นมาวิปัสสนากรรมฐานในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา 3 เดือน โดยชาวภูฏาน ทุกคนมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ทักซังสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตรชายเขตเมืองพาโร  การเดินทางขึ้นไปยังวัดแห่งนี้ใช้เวลาอย่างต่ำ ประมาณ 1.5 ชั่วโมง

 

เที่ยง

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำชม ดรุกยาล ซอง (Drugyel Dzong) ป้อมโบราณเก่าแก่อยู่บนยอดเขาสร้างราว ค.ศ. 1649 ใช้เป็นป้อมหน้าด่านต่อสู้จากผู้รุกรานจากทิเบตโดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพาโร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถมองเห็นทิเบตและเทือกเขา   จูโมลฮารี หรือ “เทือกเขาแห่งพระเจ้า” ที่มีความสูงถึง 7,315 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวของยอดเขา “จูโมลฮารี” (Jomolhari) จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Bhutan) ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) ให้แก่พาโร ริงปุง ซอง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวมรวมภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ จากนั้นนำท่านสู่ พาโรซอง(Paro Rinpong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645ในรัชสมัยของ Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฏานเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสตศตวรรต 17 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร  ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ  200  รูป จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู ราชธานีแห่งภูฏานโดยทางรถยนต์ ระยะทาง  68 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏาน และท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ที่ท่านจำได้พบเห็นตลอดสองข้างทางจนกระทั่งมองเห็นภาพบ้านเรือนแบบภูฏานซึ่งคับคั่งกว่าที่ใด  โดยสร้างลดหลั่นตามเชิงเขาซึ่งมีพื้นที่ราบเล็กๆ โอบล้อมด้วยขุนเขา มีแม่น้ำทิมพูไหลพาดผ่าน ทิมพูนับว่าเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชีย   ถึงตัวเมืองทิมพู นำท่านชมเมืองทิมพูซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่ใช้ไฟจราจร ท่านจะรู้สึกได้ถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิม และความทันสมัย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โก (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า กีร่า (Kira) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับเงิน ไม้แกะสลัก ภาพพระบฏ (Thangka) น้ำผึ้ง และหนังสือได้ที่นี่

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเข้าสู่ที่พัก ณ MOTITHANG HOTEL,THIMPHU หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว )

 

 

วันที่สอง

ทิมพู - ตลาดสุดสัปดาห์ - มหาสถูปพระบรมอัฐิ - สอนงานศิลปะ - วัดชันกังคา - ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน - วัดแม่ชี  ซิลูคา - โรงเรียนสอนงานศิลปะ - ชมโชว์วัฒนธรรมพื้นเมือง

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน เดินเล่นใน ตลาดสุดสัปดาห์ (Weekend market) ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทาง การเกษตร และของที่ระลึก จากนั้นชม มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิ ( Memorial Chorten) จิกมี  ดอร์จี  วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์ (พระเจ้าจิกมี  ซิงเย  วังชุก)  พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952-1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จจากนั้นนำชม วัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ กว่า 600 ปี ชม ซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ ที่สวยงาม ของหุบเขา เมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ และชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏาน ที่เรียกว่าทาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันหาดู ได้ยากมาก จากนั้นนำท่านชม ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตรา ไปรษณี ยากร ที่งดงามของภูฏานที่ถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งสแตมป์” แห่งหนึ่งของโลก สแตมป์ของภูฏานมีให้เลือกในหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิว ทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซ็อง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆรวมทั้งยังมีสแตมป์ 3 มิติอีกด้วย

 

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารนำท่านชม วัดแม่ชี  ซิลูคา (Zilukha Nunnary)  ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) ชม โรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) เป็นสถาบันที่สอนงานศิลปะและงานช่างของภูฏาน 13 แขนง โดยใช้หลักสูตร 6 ปี ซึ่งท่านจะเห็นเด็กนักเรียนกำลังประดิษฐ์ งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น และการวาดภาพพระบฏ หรือภาพทังก้า จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน(The Folk Heritage Museum) จากนั้นชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นเมือง พร้อมเสริ์ฟเครื่องดื่ม จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝาก

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเข้าสู่ที่พัก ณ MOTITHANG HOTEL,THIMPHU หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว )

 

 

วันที่สาม

ทิมพู - ทาชิโชซอง- โดชูลา - ปูนาคา

เช้า

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์  สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช  ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล

 

(หมายเหตุ : ก่อนอื่นคงต้องขอพูดถึงเรื่องของซอง  (Dzong)  เสียก่อน  มาภูฏานสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและได้ยินบ่อยๆ  คือ  ซอง  เพราะ “ซอง”  ไม่ใช่เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญกับด้านการบริหารการปกครองบ้านเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนภูฏาน  เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดหลักประจำท้องถิ่นเขตนั้นๆ  หากแปลความหมายของซอง  ซึ่งเป็นภาษาซองคา  ก็คือป้อมปราการ  ที่ในอดีตใช้เป็นที่ใช้ป้องกันอริศัตรูที่มารุกรานผืนดินแห่งนี้นั่นเอง)

 

เที่ยง

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปูนาคา (Punakha) ที่ระดับความสูง 1,300 เมตร (ต่ำกว่าทิมพูราว 1,000 เมตร) จึงมีสภาพอากาศอบอุ่นกว่าทิมพู กษัตริย์ภูฏานและสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูหนาว(ช่วงเดือนพ.ย.- เม.ย.) ปูนาคาจึงเป็น“เมืองหลวงฤดูหนาว”(Winter Capital) ในขณะที่ทิมพูเป็น “เมืองหลวงฤดูร้อน” และยังเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ ระยะทาง 80 กิโลเมตรใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทางจะข้ามช่องเขา “ โด  ชูลา ” ( Dochula Pass )  หรือช่องเขาศิลาที่มีระดับความสูง  3,150 เมตร  เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะใกล้  บางวันก็จะเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป รวมถึงกังก้า พุนซุม (Gangkhar Phuensum) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ยังไม่มีผู้ใดสามารถปีนขึ้นไปได้) ซึ่งสูงถึง 7,500 เมตร ซึ่งมีสถูป  “ดรุค วังเกล” ( Druk  Wangle  Chorten )หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อถวายพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน 108 องค์ โดยสมเด็จพระราชินี  อะชิ ดอร์จิ วังโม 

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเข้าสู่ที่พัก ณ DAMCHEN RESORT HOTEL, PUNAKHA หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว)

 

 

วันที่สี่

เมืองปูนาคา - ปูนาคาซอง - วังดีโป ดรังซอง - เมืองพาโร

เช้า

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นเดินทางสู่ เมืองปูนาคา  อดีตราชธานีของภูฏานมากว่า 300 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639-1955 ถูกสร้างและปกครองโดยพระลามะผู้ใหญ่ซึ่งลี้ภัยมาจากทิเบต นามชับดรุง  งาวังนัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal)  ผู้มีบทบาทในการรวบรวมแคว้นต่างๆ เข้าเป็นอาณาจักร “ภูฏาน” เพียงหนึ่งเดียว  จากนั้นนำท่านชม ปูนาคาซอง  (Punakha Dzong)   ซึ่งมีขนาดพื้นที่ยาว 180 เมตร กว้าง 72 เมตร มีหอกลางหลังคายอดโดมทองสูงถึง 6 ชั้น ภายในซองแบ่งเป็นส่วนที่ทำการปกครองเขตและส่วนของศาสนา และเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาวเพราะที่นี่มีอากาศอบอุ่นกว่าในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่ แม่น้ำโพ (Po Chu) และ แม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อและแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองวังดี โป  ดรัง  (Wangdi Phodrang)เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์ภูฏาน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปูนาคาประมาณ 13 กิโลเมตร เมืองที่มีกระแสลมแรงตลอดทั้งปี

 

เที่ยง

 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านชม วังดีโป ดรังซอง (Wangdi Phodrang Dzong)  ป้อมปราการ วัด  และศาลาว่าการเมือง ที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนหน้าผาสูงณ จุดบรรจบของลำน้ำปูนาซังและลำน้ำดังสร้างในปีพ.ศ.2181 ตามตำนานว่ามีพระโพธิสัตว์ นาม “ธรรมบาลมหากาล”  ปรากฎองค์ต่อหน้าท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล (พระลามะผู้รวบรวม“ซอง”ต่างๆให้เป็นประเทศภูฏานในวันนี้)โดยระบุว่าถ้าจะให้แผ่นดินภูฏานเจริญยั่งยืนชั่วกาลนานจะต้องสร้าง “ซอง” ในทิศที่ฝูงนก ดุเหว่าบินไป ชาวภูฏานจึงนับถือนกดุเหว่าเป็น “นกประจำชาติ” ตามความเชื่อว่าธรรมบาลมหากาล มีร่างเป็นคน แต่มีเศียรเป็นนกดุเหว่าน่าเกรงขาม เพื่อกำราบเหล่าปีศาจร้าย  จากนั้นนำท่านสู่ เมืองพาโร

 

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารเข้าสู่ที่พัก ณ ZHIWALING HOTEL,PARO หรือเทียบเท่า (ระดับ 4 ดาว )

 

 

วันที่ห้า

พาโร - กรุงเทพฯ

เช้า

08.00 น.

11.00 น.

12.30 น.

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ สนามบินพาโร

เหิรฟ้ากลับกรุงเทพ  โดยสายการบินดรุกแอร์  เที่ยวบินที่ KB120 / KB122

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม

 

 

 

อัตราค่าบริการ  (กรุ๊ปออกเดินทาง ไม่ต่ำกว่า 16 ท่าน)

 

กำหนดการเดินทาง

ผู้ใหญ่

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี มีเตียงเสริม

พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

พักเดี่ยวเพิ่ม

 

 

 

53,800

53,800

53,800

 

47,800

47,800

47,800

 

9,000

9,000

9,000

 

หมายเหตุ

รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ การเมือง โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

 

อัตราค่าบริการรวม 

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-พาโร-กรุงเทพ ชั้นประหยัด  โดยสายการบิน ดรุกแอร์
  • ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน  โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (Standard Room)
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่กำหนดในโปรแกรม
  • ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าวีซ่าเพื่อขอเข้าประเทศ
  • ค่าภาษีอากรขาออกสนามบิน กรุงเทพฯ  และ พาโร
  • ค่า Development Fee ที่ทางรัฐบาลภูฏาน เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น  (พูดภาษาอังกฤษ) คอยอำนวยความสะดวกตลอดโปรแกรม
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงิน 1 ล้านบาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

 

อัตราค่าบริการไม่รวม

  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 20 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าแจ้งเข้าออก กรณีคนต่างด้าว
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เครื่องดื่มและอาหารนอกรายการ,ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ฯลฯ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ
  • ค่าภาษีบริการ 3% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 

 

เงื่อนไขการชำระเงิน

  • หากจองก่อนวันเดินทาง 30 วัน ชำระมัดจำ ท่านละ 10,000 บาท และชำระยอดที่เหลือก่อนการเดินทาง 15 วัน
  • หากจองก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ต้องชำระราคาทัวร์เต็มจำนวนทั้งหมด
  • การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 30 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินมัดจำ
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 15 วันก่อนเดินทาง ทางบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขอหักเงิน 50 % ของราคาทัวร์
  • กรณียกเลิกกะทันหันก่อนการเดินทางไม่เกิน 7 วัน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ได้ชำระไปแล้วจำนวนมาก บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านั้นที่เกิดขึ้น

 

เอกสารที่ใช้ในการทำวีซ่า

  • สำเนาหนังสือเดินทางมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป  (นำไปยื่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ภูฏาน)

 

หมายเหตุ

  • เที่ยวบิน ราคาและรายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น
  • ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นหากเกิดกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, การประท้วง, การนัดหยุดงาน, การก่อจลาจล หรือกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธ การเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทย และต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ
  • ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางแล้ว
  • ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรม และ/หรือ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวนักท่องเที่ยวเอง
  • ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วราคาพิเศษ กรณีที่ท่านไม่เดินทางพร้อมคณะไม่สามารถนำมาเลื่อนวันหรือคืนเงินได้
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ระบุไว้แล้วทั้งหมด